Breaking
Fri. May 24th, 2024

moncksbrasserie.comย้อนทางรัก “แอฟ-นนกุล” ฟินยิ่งกว่าซีรีส์! ขอบคุณที่เห็นคุณค่าผู้หญิงวัย 40 มีลูก และหย่าร้าง

ทำเอากองเชียร์กรี๊ดกันน่าดู หลังหนุ่ม “นนกุล” หรือ “นน ชานน สันตินธรกุล” ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยอมรับว่ากำลังจีบนักแสดงรุ่นพี่ “แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” อยู่จริงๆ แถมยังเป็นฝ่ายจีบก่อน เพราะยิ่งคุยยิ่งชอบ และเป็นคนเดียวเท่านั้นที่คุยด้วยตอนนี้ ส่วนสถานะไม่ใช้คำว่าแฟน แต่ถ้าได้ใช้เมื่อไหร่ ระยะเวลาระหว่างคำว่าแฟนไปจนถึงภรรยาติดจรวดแน่นอน เพราะเดี๋ยวพี่เขาจะไม่รอผม

วันนี้ก็เลยขอพามาย้อนเส้นทางรักของทั้งคู่กันสักหน่อย ว่าจุดเริ่มต้นความรักครั้งนี้มันเริ่มจากตรงไหนกันนะ ซึ่งเพจดังอย่าง Poetry of Bitch ได้สรุปมาให้อ่านกันเรียบร้อยแล้ว ว่าความรักของ “นน-แอฟ” ที่อายุห่างกันถึง 16 ปี มันช่างเหมือนซีรีส์เรื่องหนึ่งชัดๆ

โดย แอฟ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เติ้ลรู้โลกรู้” เทปวันที่ 29 มิ.ย. 66 ว่าเจอกับ นนกุล ครั้งแรก เมื่อปี 2565 ในกองถ่ายซีรีส์ “หารักด้วยใจเธอ” (Find Yourself) ของ GMMTV ซึ่งเป็นรีเมกซีรีส์จากประเทศจีน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวรักต่างวัยระหว่างหญิงสาววัย 38 ที่เคยสัญญากับเพื่อนสนิทเอาไว้ ว่าวันหนึ่งจะแต่งงานกัน แต่เพื่อนชิงแต่งกับคนอื่นไปก่อน เธอเสียใจจึงชวนหนุ่มรุ่นน้องที่เป็นเด็กฝึกงานในออฟฟิศซึ่งอายุน้อยกว่า 15 ปีไปดื่ม แล้วหลุดปากชวนเขามาคบกัน แม้เธอจะพูดไปด้วยความเมาแต่เด็กมันคิดจริง

และการได้เจอกันนั้น ก็ทำให้นนกุลก็ประทับใจแอฟตั้งแต่วันแรก เพราะเห็นแอฟใส่ใจดูแลทุกคนดีมากๆ แต่หลังเริ่มถ่ายทำได้ไม่นาน นนกุลก็ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลเสียก่อน ซึ่งแอฟก็ได้ส่งอาหารมาให้ทานถึงที่ ทั้งที่ยังไม่ทันได้สนิทกัน ทำให้นนกุลยิ่งประทับใจในตัวแอฟมากขึ้นไปอีก 
ซึ่งหลังจากนั้นนนกุลได้ชวนแอฟทำเวิร์กช็อปซีรีส์ ด้วยการทดลองเป็นแฟนกันทางโทรศัพท์ โดยสวมคาแรกเตอร์ตัวละครในเรื่อง แล้วคุยโทรศัพท์เหมือนเป็นแฟนกันวันละ 15-30 นาที ซึ่งแอฟก็ตอบตกลง เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการที่แปลกใหม่ดี โดยนนกุลเขียนคู่มือเวิร์กช็อปมาให้แอฟอย่างละเอียด และเพื่อความสบายใจของแอฟ นนกุลก็เขียนหมายเหตุมาด้วยว่า ในการเมนชั่นถึงสถานที่หรือเหตุการณ์ใดๆ จะไม่เกิดขึ้นจริง คือใช้ในการเวิร์กช็อปเท่านั้น เพื่อไม่ให้แอฟอึดอัด

ซึ่งวันแรกของการเวิร์กช็อป พอนนกุลโทร.มา แอฟก็รู้สึกเขินและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ประกอบกับตอนนั้น แอฟไม่สบายพอดี เลยใช้เป็นข้ออ้างว่าเจ็บคอ ให้นนกุลพูดอยู่คนเดียว แต่วันต่อๆ มาแอฟก็รู้สึกเปิดใจให้กับการเวิร์กช็อปนี้ และกล้าพูดมากขึ้น บางครั้งทั้งคู่ก็คุยกันโดยอ้างอิงจากสถานการณ์ในชีวิตจริง แอฟบอกว่าแรกๆ นนกุลเป๊ะมาก เหมือนเขาจับเวลาอยู่ พอครบ 15 นาทีเขาก็วางหู แต่มาหลังๆ เขาเริ่มคุยจนเลยเวลา

จากการเวิร์กช็อปและการถ่ายทำซีรีส์เรื่องดังกล่าว ก็ทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น จนนนกุลเริ่มรอแอฟกลับบ้านพร้อมกัน แอฟบอกว่าถึงแม้นนกุลจะถ่ายจบก่อนแต่เขาก็จะรอเธอเพื่อจะได้กลับบ้านด้วยกันเสมอ แต่มีอยู่วันหนึ่ง มีการถ่ายฉากเมาและตามด้วยฉากเลิฟซีน หลังถ่ายจบนนกุลรีบกลับบ้านทันทีโดยไม่รอแอฟเหมือนเคย พอแอฟออกมาถึงได้รู้ว่านกุลกลับไปแล้ว เลยมานั่งคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่า ซึ่งความจริงคือนนกุลแค่เขินเท่านั้นเอง

หลังจากนั้นก็มีข่าวรักนอกจอของทั้งคู่ออกมาเป็นระยะ จนกระทั่งกันยายน 2566 แอฟยอมรับว่ามีคนคุยแล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร แต่เป็นคนเดียวในใจแน่นอน ซึ่งก็ทำเอาฮือฮาไม่น้อย เพราะมีอีกหนึ่งหนุ่มที่กองเชียร์เยอะไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แต่ล่าสุดเมื่อวานนี้ 9 พ.ย. 2566 ก็เฉลยเป็นที่เรียบร้อย ว่าตัวจริงคือ นนกุล นั่นเอง หลังเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าจีบอยู่และคุยกันอยู่จริงๆ ทำเอากองเชียร์ฟินกันถ้วนหน้า เพราะคู่จิ้นกลายเป็นคู่จริงไปแล้ว

และสิ่งที่ทำให้กองเชียร์ได้ฟินขึ้นไปอีก ก็คงจะเป็นบทสัมภาษณ์ของแอฟ ในรายการ Chairs to share ทาง The standard pop เทปวันที่ 27 ก.ค. 2566 ที่พูดถึงเรื่องความรักครั้งใหม่ ว่าถึงจะเป็นผู้หญิงวัย 40 ที่มีลูกและหย่ามาแล้ว แต่ก็มีคนที่เขายอมรับ และเห็นคุณค่า ซึ่งงานนี้ทำให้เห็นว่า นนกุล ทำคะแนนและได้ใจแม่แอฟมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่แค่ตอนงานศพของคุณพ่อ ที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างไม่ห่าง…

“อย่างที่เห็นตอนนี้แอฟมีข่าวกับหลายคน คนนี้ก็ไม่เหมาะ คนนั้นอายุอย่างนี้ก็ไม่เหมาะ แอฟการงานเป็นอย่างนี้แต่เขาการงานเป็นอย่างนั้น สุดท้ายทุกสถานการณ์ของแอฟก็คือความต่าง ไม่ว่าจะหน้าที่การทำงาน ภาพลักษณ์ทางสังคม อายุ เราอย่าตัดสิน อย่าด้อยค่ากันเลย แอฟจะโดนตลอด ใช่เหรอ แอฟจะเหมาะเหรอ แก่แล้วนะ หย่ามาแล้วด้วย มีลูกติดอีก 40 แล้วนะ

อยากจะบอกว่าเชื่อไหมว่ามันมีคนที่เขายอมรับและให้คุณค่ากับเรากับก้อนนี้ ที่คุณบอกว่าใช่ เราอายุ 40 เราผ่านการแต่งงานมาแล้ว เราหย่ามาแล้วและเรามีลูกติด ก้อนๆ นี้มีคนที่เขาให้คุณค่ากับมันนะ คนทั่วไปจะเรียกว่ามีตำหนิ แต่ตำหนิอันนี้เขายอมรับมันได้และเขาชื่นชม มันมีจริงๆ ค่ะ สุดท้ายมันมีคนๆ นั้นจริงๆ หรือมีหลายๆ คนด้วยซ้ำที่ชื่นชมและเห็นคุณค่า เขาพร้อมยอมรับที่จะอยากอยู่กับเรา”

By admin

Related Post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *